โรงเรียนราชินีจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล - ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย  โดยใช้หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย  พุทธศักราช 2546  ในระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2  และอนุบาลปีที่ 3  ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช 2551  ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
 

หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย  พุทธศักราช 2546

ระดับอนุบาล

โรงเรียนมุ่งจัดการศึกษาให้เหมาะสมกับวัย  โดยคำนึงถึงพัฒนาการทั้ง  4  ด้าน  เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง  ได้ลงมือปฏิบัติจริงผ่านกิจกรรมการเล่น  ส่งเสริมให้นักเรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์มุ่งเน้นให้คุณธรรมจริยธรรม  เป็นพลเมืองดีของสังคม สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
 

หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยสำหรับเด็กอายุ  3 – 5 ปี มุ่งให้เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญาที่เหมาะสมกับวัย  ความสามารถและความแตกต่างระหว่างบุคคล จึงกำหนดจุดหมายซึ่งถือเป็นมาตรฐานคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดังนี้

  1. ร่างกายเจริญเติบโตตามวัย  และมีสุขนิสัยที่ดี
  2. กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรง  ใช้ได้อย่างคล่องแคล่วและประสานสัมพันธ์กัน
  3. มีสุขภาพจิตดี  และมีความสุข
  4. มีคุณธรรม  จริยธรรม  และมีจิตใจที่ดีงาม
  5. ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ  ดนตรี  การเคลื่อนไหว  และรักการออกกำลังกาย
  6. ช่วยเหลือตนเองได้เหมาะสมกับวัย
  7. รักธรรมชาติ  สิ่งแวดล้อม  วัฒนธรรม  และความเป็นไทย
  8. อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข  และปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมในระบอบประชาธิปไตย  อันมีพระมหากษัตริย์ทรงประมุข
  9. ใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย
  10. มีความสามารถในการคิดและการแก้ปัญหาได้เหมาะสมกับวัย
  11. มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์
  12. มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้  และมีทักษะในการแสวงหาความรู้
  13. มีกิริยามารยาทสมเป็นกุลสตรีไทย
 

โครงสร้างเวลาเรียน

โรงเรียนราชินีใช้เวลาในการจัดประสบการณ์ให้เด็กอายุ 4 – 5 ปี  โดยแบ่งเป็น
                          ชั้นอนุบาล  2  อายุ  4  ปี
                          ชั้นอนุบาล  3  อายุ  5  ปี

 

ตารางกิจกรรมประจำวันของนักเรียนอนุบาล

8.10 – 8.25 น.         เข้าแถว  ตรวจสุขภาพ  เคารพธงชาติ  ปฏิญาณตน  กายบริหาร  รับฟังการอบรม เข้าชั้นเรียน
8.25 – 9.15 น.         สวดมนต์  สำรวจการมาโรงเรียน  กิจกรรมวงกลม – กิจกรรมเสริมประสบการณ์  กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ  กิจกรรมพิเศษ
9.15 – 9.30 น.         ดื่มนม
9.30 – 10.30 น.       ฝึกทักษะเสริมบทเรียน  กิจกรรมสร้างสรรค์  กิจกรรมกลางแจ้ง
10.20 – 11.10 น.      เกมการศึกษา   กิจกรรมเสรี   เล่นตามมุมประสบการณ์   เข้าห้องน้ำล้างมือ   เตรียมรับประทานอาหาร
11.10 – 14.00 น.      รับประทานอาหารกลางวัน  แปรงฟัน  เปลี่ยนชุดนอน  สวดมนต์   กิจกรรมสงบ                     
                        นอนพักผ่อน  ตื่นนอน  เข้าห้องน้ำ  เก็บเครื่องใช้  สวมชุดนักเรียน  รับประทานอาหารว่าง
14.05 – 14.55 น.      ทบทวนบทเรียน  เตรียมตัวกลับบ้าน

สาระการเรียนรู้

สาระการเรียนรู้ใช้เป็นสื่อกลางในการจัดกิจกรรมให้กับนักเรียน   เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทุกด้าน  ทั้งด้านร่างกาย  อารมณ์  จิตใจ  สังคม  และสติปัญญา  ซึ่งจำเป็นต่อการพัฒนานักเรียนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์  ทั้งนี้สาระการเรียนรู้ประกอบด้วย  องค์ความรู้  ทักษะหรือกระบวนการและคุณลักษณะหรือค่านิยม  คุณธรรม  จริยธรรม  ความรู้สำหรับเด็กอายุ  3 – 5 ปี  จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวข้องกับตัวนักเรียน  บุคคลและสถานที่ที่แวดล้อม  ธรรมชาติรอบตัว  และสิ่งแวดต่างๆรอบตัวที่นักเรียนมีโอกาสใกล้ชิดหรือปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวัน  และเป็นสิ่งที่นักเรียนสนใจจะไม่เน้นเนื้อหาการท่องจำ  ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับทักษะหรือกระบวนการ  จะบูรณาการทักษะที่สำคัญ และจำเป็นสำหรับนักเรียน เช่น ทักษะการเคลื่อนไหว ทักษะทางสังคม ทักษะความคิด ทักษะการใช้ภาษาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เป็นต้น  ขณะเดียวกันจะปลูกฝังให้เกิดเจตคติที่ดี  มีค่านิยมที่พึงประสงค์  เช่น  ความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น  รักการเรียน  รักธรรมชาติ  สิ่งแวดล้อม  และมีคุณธรรม  จริยธรรมที่เหมาะสมกับวัย

 

ประสบการณ์ที่สำคัญ 

ประสบการณ์ที่สำคัญเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนานักเรียนทางด้านร่างกาย  อารมณ์  จิตใจ  สังคม  และสติปัญญา  ช่วยให้เกิดทักษะที่สำคัญสำหรับการสร้างองค์ความรู้โดยให้นักเรียนได้มีปฏิสัมพันธ์กับวัตถุ  สิ่งของ  บุคคลต่างๆ  ที่อยู่รอบตัวเรา  รวมทั้งปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมไปพร้อมกันด้วย  ประสบการณ์สำคัญมีดังนี้
1.ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย  ได้แก่

1.1  การทรงตัวและการประสานสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อใหญ่
1.2  การประสานสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อเล็ก
1.3  การรักษาสุขภาพ
1.4  การรักษาความปลอดภัย
2.     ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจ  ได้แก่
       2.1  ดนตรี
       2.2  สุนทรียภาพ
       2.3  การเล่น
       2.4  คุณธรรม  จริยธรรม
3.  ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสังคม  ได้แก่
       3.1  การเรียนรู้ทางสังคม
4.  ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา  ได้แก่
       4.1  การคิด
       4.2  การใช้ภาษา
       4.3  การสังเกต  การจำแนกและการเปรียบเทียบ
       4.4  จำนวน
       4.5  มิติสัมพันธ์
       4.6  เวลา

สาระที่ควรเรียนรู้

สาระที่ควรเรียนรู้  เป็นเรื่องราวรอบตัวนักเรียนที่นำมาเป็นสื่อในการจัดกิจกรรม  ให้เกิดการเรียนรู้ไม่เน้นการท่องจำเนื้อหา กำหนดรายละเอียดขึ้นเองให้สอดคล้องกับวัย ความต้องการและความสนใจของนักเรียน  ให้นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์สำคัญ  ทั้งนี้จะยืดหยุ่นเนื้อหาโดยคำนึงถึงประสบการณ์และสิ่งแวดล้อมในชีวิตจริง

สาระการเรียนรู้ที่เด็กอายุ  3 – 5 ปี  ควรเรียนรู้  มีดังนี้

  1.  เรื่องราวเกี่ยวกับตัวนักเรียน  นักเรียนควรรู้จักชื่อ  นามสกุล  รูปร่าง  หน้าตา  รู้จักอวัยวะต่างๆ  วิธีระวังรักษาให้สะอาด  ปลอดภัย  การรับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ  เรียนรู้ที่จะเล่นและทำสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง  คนเดียวหรือกับผู้อื่น ตลอดจนเรียนรู้ที่จะแสดงความคิดเห็น  ความรู้สึก  และมารยาทที่ดี
  2. เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคล  สถานที่  และสิ่งแวดล้อม  นักเรียนควรได้มีการรู้จักและการรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัว  สถานศึกษา  ชุมชน  รวมทั้งบุคคลต่างๆ ที่ต้องเกี่ยวข้องหรือมีโอกาสได้ใกล้ชิดและมีปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวัน
  3. ธรรมชาติรอบตัว  นักเรียนควรจะได้เรียนรู้สิ่งมีชีวิต  สิ่งไม่มีชีวิต  รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงของโลกที่แวดล้อมของเด็กตามธรรมชาติ เช่น ฤดูกาล กลางวัน กลางคืน ฯลฯ
  4. สิ่งต่างๆ รอบตัว  นักเรียนควรจะได้รู้จักสี  ขนาด  รูปร่าง  รูปทรง  น้ำหนัก  ผิวสัมผัสของสิ่งต่างๆ รอบตัว  สิ่งของเครื่องใช้ ยานพาหนะ และการสื่อสารต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
 

 การจัดประสบการณ์การเรียนรู้

การจัดประสบการณ์จะไม่จัดเป็นรายวิชา แต่จัดในรูปของกิจกรรมบูรณาการผ่านการเล่น เพื่อให้นักเรียนเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง  เกิดความรู้ ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม  รวมทั้งเกิดการพัฒนาทั้งด้านร่างกาย  อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา  โดยมีหลักการและแนวทางการจัดประสบการณ์  ดังนี้

 

หลักการจัดประสบการณ์

  1. จัดประสบการณ์การเล่นการเรียนรู้  เพื่อพัฒนาเด็กโดยองค์รวมอย่างต่อเนื่อง
  2.  เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  สนองความต้องการ  ความสนใจ  ความแตกต่างระหว่างบุคคลและบริบทของสังคมที่นักเรียนอาศัยอยู่
  3. ให้นักเรียนได้รับการพัฒนาโดยให้ความสำคัญทั้งกระบวนการและผลผลิต
  4.  จัดการประเมินพัฒนาการให้เป็นกระบวนการอย่างต่อเนื่อง  และเป็นส่วนหนึ่งของการจัดประสบการณ์
  5. ให้ผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนานักเรียน

 

แนวทางการจัดประสบการณ์

  1. จัดประสบการณ์ให้สอดคล้องกับจิตวิทยาพัฒนาการ  เพื่อให้นักเรียนทุกคนได้พัฒนาเต็มศักยภาพ
  2. จัดประสบการณ์ให้สอดคล้องกับลักษณะการเรียนรู้ของนักเรียน  คือ  ได้ลงมือกระทำเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5
  3. จัดประสบการณ์ในรูปแบบบูรณาการทั้งทักษะ  และสาระการเรียนรู้
  4. จัดประสบการณ์ให้นักเรียนได้ริเริ่ม คิด วางแผน ตัดสินใจ ลงมือกระทำและนำเสนอความคิดโดยผู้สอนเป็นผู้สนับสนุน อำนวยความสะดวก และเรียนรู้ร่วมกับนักเรียน
  5. จัดประสบการณ์ให้นักเรียนมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นภายใต้สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้
  6. จัดประสบการณ์ให้นักเรียนมีปฏิสัมพันธ์กับสื่อและแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลาย และอยู่ในวิถีชีวิตของนักเรียน
  7. จัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมลักษณะนิสัยที่ดีและทักษะการใช้ชีวิตประจำวัน  ตลอดจนสอดแทรกคุณธรรม  จริยธรรม  ให้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดประสบการณ์เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
  8. จัดประสบการณ์ทั้งในลักษณะที่มีการวางแผนล่วงหน้า  และแผนที่เกิดขึ้นจริง  โดยไม่ได้คาดการณ์ไว้
  9. ให้ผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนในการจัดประสบการณ์  ทั้งวางแผนการสนับสนุนสื่อการสอน  การเข้าร่วมกิจกรรม  และการประเมินพัฒนาการ

การจัดกิจกรรมประจำวัน

กิจกรรมประจำวันที่จัดเป็นกิจกรรมหลักให้นักเรียนมี  6  กิจกรรม  ได้แก่

  1. กิจกรรมการเคลื่อนไหว
  2. กิจกรรมเสริมประสบการณ์
  3. กิจกรรมกลางแจ้ง
  4. เกมการศึกษา
  5. กิจกรรมสร้างสรรค์
  6. กิจกรรมเสรี
กิจกรรมทั้ง  6  กิจกรรมนี้ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการทั้ง  4  ด้านให้กับนักเรียนเป็นกิจกรรมทีให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง

การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้

จัดบรรยากาศในห้องเรียนหรือนอกห้องเรียน  ให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงเป็นประจำ จัดกิจกรรมพิเศษ  ได้แก่  ห้องดนตรี  ห้องคอมพิวเตอร์  ห้องอ่านหนังสือ  เพื่อส่งเสริมพัฒนาการและเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แสวงหาความรู้ด้วยตนเองอย่างอิสระในห้องเรียน มีการจัดพื้นที่สำหรับการเคลื่อนไหวอย่างอิสระ  จัดมุมประสบการณ์อย่างน้อย  4 มุม  จัดป้ายนิเทศตามหน่วยการเรียนหรือสิ่งที่นักเรียนสนใจ จัดห้องเรียนให้มีความสะอาดและมีแสงสว่างเพียงพอ มีการแสดงผลงานของนักเรียนติดไว้ที่ต่างๆ ที่นักเรียนเอื้อมถึง
            การกำหนดแนวทางการจัดสภาพแวดล้อมนั้น  คำนึงถึงความปลอดภัย  ความสะอาด  ความสะดวกในการจัดกิจกรรม  โดยมีการจัดสนามเด็กเล่นพร้อมเครื่องเล่น  มีแหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียน  จัดที่นั่งเล่นพักผ่อนใต้ต้นไม้ จัดที่เล่นน้ำ และจัดบ่อทรายให้กับนักเรียน

การกำหนดสื่อและแหล่งการเรียนรู้

หลักเกณฑ์ในการกำหนดแนวทางการใช้สื่อการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียน  จะใช้สื่อที่เป็นของจริงเป็นสื่อธรรมชาติ  เป็นสื่อที่อยู่ใกล้ตัว  และใช้สื่อที่มีความหลากหลายที่นักเรียนสามารถเล่นคนเดียวในกลุ่มย่อยและกลุ่มใหญ่ได้  โดยมีวิธีการจัดการเรียนการสอนคือ ผลิตขึ้นใช้เอง ใช้สื่อที่โรงเรียนจัดสรรงบประมาณซื้อให้  และให้นักเรียนช่วยจัดเตรียม
            การกำหนดแนวทางในการพัฒนาการใช้สื่อวัสดุอุปกรณ์ประกอบการจัดกิจกรรมส่วนใหญ่ กำหนดให้มีการปรับปรุงสื่อที่ใช้ให้ทันสมัย  เข้ากับเหตุการณ์ ใช้ได้สะดวก เหมาะสมกับวัยของนักเรียนและจัดวางสื่อให้เป็นหมวดหมู่ และวางให้เป็นระเบียบ เพื่อหยิบใช้ได้ง่าย
            การกำหนดให้มีแหล่งการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้ใช้ศึกษาค้นคว้าหาความรู้ จัดทำโครงการทัศนศึกษาและกำหนดให้มีการจัดมุมประสบการณ์ต่างๆ ในห้องเรียน  ได้แก่  มุมบล็อก    มุมบทบาทสมมุติ  มุมหนังสือ  มุมศิลปะ และมุมเครื่องเล่นสัมผัส

การกำหนดแนวทางการประเมินพัฒนาการ

จุดประสงค์ในการกำหนดให้มีการวัดและประเมินพัฒนาการนักเรียนนั้น  เพื่อทราบความก้าวหน้าและพัฒนาการของนักเรียน  และใช้เป็นข้อมูลปรับปรุงการจัดกิจกรรมและประสบการณ์เสริมที่เหมาะสมให้กับนักเรียน  โดยกำหนดแนวทางในการวัดและประเมินพัฒนาการให้สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายและแนวการจัดประสบการณ์  จัดทำเป็นกระบวนการ  โดยการศึกษาพฤติกรรม  จดบันทึกและสรุปพฤติกรรมบันทึกแบบประเมินพัฒนาการ  ประเมินพัฒนาการนักเรียนให้ครอบคลุมพัฒนาการทุกด้าน  ประเมินพัฒนาการเป็นรายบุคคลอย่างสม่ำเสมอ
เอกสารที่ใช้ในการประเมินพัฒนาการนักเรียน  ใช้สมุดรายงานประจำตัวนักเรียน  โดยวิธีที่ใช้ในการวัดและประเมินพัฒนาการคือ  การสังเกตพฤติกรรม  การประเมินโดยใช้แฟ้มสะสมผลงานและนำผลที่ได้จากการประเมินพัฒนาการนักเรียนในแต่ละภาคเรียน มารายงานผลลงในสมุดรายงานประจำตัวนักเรียน

เกณฑ์การประเมินพัฒนาการ


ดี                   สามารถทำได้อย่างมั่นคง  แม่นยำ
ปานกลาง    สามารถทำได้แต่ไม่มั่นคง
ควรเสริม     สามารถทำได้บางส่วน  และได้รับการส่งเสริมมากขึ้น

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551

วิสัยทัศน์
            หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน  มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนซึ่งเป็นกำลังของชาติให้เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทย  และเป็นพลโลก  ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้ และทักษะพื้นฐาน  รวมทั้งเจตคติที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อการประกอบอาชีพ  และการศึกษาตลอดชีวิต  โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญบนพื้นฐานความเชื่อว่า ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มศักยภาพ

จุดหมาย

  1. มีคุณธรรม  จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา  หรือศาสนาที่ตนนับถือ ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
  2. มีความรู้อันเป็นสากล และมีความสามารถในการสื่อสาร  การคิด  การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี  และมีทักษะชีวิต
  3. มีสุขภาพกาย  และสุขภาพจิตที่ดี มีสุขนิสัย และรักการออกกำลังกาย
  4. มีความรักชาติ  มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทย และพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิตและการปกครองในระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
  5. มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรม  และภูมิปัญญาไทย  การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม มีจิตสาธารณะที่มุ่งทำประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคม  และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข

 

สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1. ความสมารถในการสื่อสาร
2.ความสามารถในการคิด
3.ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
5.ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

คุณสมบัติอันพึงประสงค์

1.รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
2.ซื่อสัตย์สุจริต
3.มีวินัย
4.ใฝ่เรียนรู้
5.อยู่อย่างพอเพียง
6.มุ่งมั่นในการทำงาน

7.รักความเป็นไทย

8.มีจิตสาธารณะ

มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้

1.ภาษาไทย
2.คณิตศาสตร์
3. วิทยาศาสตร์
4. สังคม ศาสนาและวัฒนธรรม
5. สุขศึกษาและพลศึกษา
6. ศิลปะ
7.  การงานอาชีพ และเทคโนโลยี
8.  ภาษาต่างประเทศ

 

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

1..กิจกรรมแนะแนว
2. กิจกรรมนักเรียน
3.กิจกรรมเพื่อสังคม  และสาธารณประโยชน์

 
 
 
 
 

โรงเรียนราชินี 444 ถนนมหาราช แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
โทรศัพท์ 0-2221-1501 อัตโนมัติ 8 เลขหมายโทรสาร 0-2222-6883