สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี เป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระปิยมาวดีศรีพัชรินทรมาตา (เจ้าจอมมารดาเปี่ยม) ทรงพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าหญิงสุนันทากุมารีรัตน์ ประสูติเมื่อวันเสาร์ เดือน ๑๒ แรม ๑๒ ค่ำ ปีวอก โทศกจุลศักราช ๑๒๒๒ ตรงกับวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๐๓ ณ พระบรมมหาราชวัง ทรงมีพระเชษฐา พระอนุชา และพระกนิษฐภคินีร่วมพระชนนีทั้งสิ้น ๖ พระองค์ ตามลำดับพระนาม คือ

๑. พระองค์เจ้าชายอุณากรรณอนันตนรไชย
๒. พระองค์เจ้าชายเทวัญอุไทยวงศ์ (สมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ)
๓. พระองค์เจ้าหญิงสุนันทากุมารีรัตน์ (สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี)
๔. พระองค์เจ้าหญิงสว่างวัฒนา (สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า)
๕. พระองค์เจ้าหญิงเสาวภาผ่องศรี (สมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ พระพันปีหลวง)
๖. พระองค์เจ้าชายสวัสดิโสภณ (สมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระสวัสดิวัตนวิศิษฎ์)

     เมื่อทรงพระเยาว์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี ทรงได้รับการศึกษาตามราชประเพณีในโบราณสมัย คือ ทรงศึกษาเบื้องต้นจนถึงภาษาไทยชั้นสูงในราชสำนักโดยมีพระราชหฤทัยใฝ่รู้เรื่องการศึกษาอยู่เป็นนิจ

     เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ สมเด็จพระบรมชนกนาถเสด็จสวรรคต สมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ กรมขุนพินิตประชานาถ ซึ่งขณะนั้นมีพระชนมายุ ๑๕ พรรษา เสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติเป็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ แห่งราชวงศ์จักรี เฉลิมพระปรมาภิไธยว่า “พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๑๑

     พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงอุปการะพระองค์เจ้าหญิงสุนันทากุมารีรัตน์ ซึ่งเป็นพระเจ้าน้องนางเธอต่างพระชนนีด้วยพระเมตตากรุณายิ่ง เมื่อพระองค์เจ้าหญิงสุนันทากุมารีรัตน์มีพระชนมายุได้ ๑๖ พรรษา ทรงได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระอิสริยยศเป็น “พระอัครมเหสี” ซึ่งทรงปฏิบัติหน้าที่สนองพระมหากรุณาธิคุณด้วยความซื่อสัตย์ จงรักภักดี ณ เบื้องพระยุคลบาท จึงเป็นที่ใกล้ชิดสนิทเสน่หาของสมเด็จพระบรมราชสวามีเป็นอย่างยิ่ง ในปีพุทธศักราช ๒๔๒๑ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์มีพระชนมายุได้ ๑๘ พรรษา ได้พระราชทานกำเนิดพระราชธิดาพระองค์แรก ทรงพระนามว่า “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรรณาภรณ์เพชรรัตน์” พระราชธิดาลำดับที่ ๒๑ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

     ปีพุทธศักราช ๒๔๒๓ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินจากกรุงเทพฯ แปรพระราชฐานไปประทับ ณ พระราชวังบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่นี้ได้เกิดเหตุสำคัญอันนำความวิปโยคเศร้าสลดพระราชหฤทัยอย่างสุดซึ้งสุดที่จะพรรณนามาสู่พระพุทธเจ้าหลวงของปวงชนชาวไทย คือ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรรณาภรณ์เพชรรัตน์สิ้นพระชนม์โดยเรือพระที่นั่งล่มที่ ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ขณะนั้นสมเด็จพระนางเจ้าฯ มีพระชนมายุเพียง ๒๐ พรรษา ทรงพระครรภ์สมเด็จเจ้าฟ้าฯ ได้ประมาณ ๕ เดือน ส่วนสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรรณาภรณ์เพชรรัตน์ มีพระชนมายุได้เพียง ๑ ปี ๙ เดือน เท่านั้น

     เมื่อความทราบถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเศร้าโศกเสียพระทัยเป็นอย่างยิ่ง ได้มีรับสั่งให้จัดเรือพระที่นั่งเวสาตรีรับพระศพกลับมาที่กรุงเทพมหานคร โปรดเกล้าฯให้จัดพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระนางเจ้าฯ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ เป็นพิธีใหญ่ และเสด็จฯ พระราชทานเพลิงพระศพด้วยพระองค์เองเมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๒๓

     ในงานพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ ครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริสร้างหนังสือสวดมนต์ รวมพระสูตรและพระปริตรต่างๆ จัดทำเป็นเล่มเพื่อพระราชทานแก่ภิกษุสามเณรได้ใช้สวดทั้งพระมหานิกายและธรรมยุติกนิกายอย่างทั่วถึง นอกจากนั้นยังโปรดเกล้าฯ ให้แจกจ่ายแก่พระบรมวงศานุวงศ์ เจ้านาย ขุนนาง ข้าราชการทั้งหลายด้วย ในการพระราชทานหนังสือสวดมนต์นี้เพื่อทรงอุทิศพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ ที่ล่วงลับในครั้งเรือล่มนั่นเอง ประเพณีแจกหนังสือในงานศพจึงมีขึ้นเป็นครั้งแรกในงานพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ เป็นประเพณีสืบมาตลอดจนทุกวันนี้ ก่อให้เกิดวรรณกรรมเพิ่มขึ้นอีกมากมายเป็นประโยชน์แก่การศึกษาของชาติเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ประเพณีทำบุญในงานศพ ๕๐ วัน และ ๑๐๐ วัน ก็เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกคราวงานพระศพของสมเด็จพระนางเจ้า

     ภายหลังการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริจะสร้างอนุสรณ์สถานให้แก่สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี เรียกว่า “สุนันทาลัย” และสถานที่นั้นจะให้เป็นที่ตั้งโรงเรียนด้วย ได้ทรงเลือกสถานที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตำบลปากคลองตลาด แขวงพระบรมมหาราชวัง เป็นสถานที่ก่อสร้าง โดยใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี พระราชทานนามว่า “โรงสกูลสุนันทาลัย” หรือ “โรงเรียนสุนันทาลัย” ทรงอุทิศส่วนพระราชกุศลนั้นพระราชทานแก่ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี ด้วยกล่าวกันว่า สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวีเมื่อดำรงพระชนม์ สนพระทัยด้านการศึกษาเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการพัฒนาสตรีไทยให้ได้รับการศึกษาทัดเทียมบุรุษ ตำราส่วนหนึ่งของโรงเรียนนี้ได้มาจากคำประพันธ์ที่โปรดเกล้าฯ ให้แต่งขึ้นเนื่องในการพระเมรุ ต่อมาโรงเรียนสุนันทาลัยได้เปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนราชินี” เมื่อสมเด็จพระศรีพัชรินทา บรมราชินีนาถ ได้กราบบังคมทูลพระกรุณา ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตย้ายโรงเรียนราชินี จากตึกแถวมุมถนนอัษฎางค์และจักรเพชรมาตั้งที่สุนันทาลัย ในปีพุทธศักราช ๒๔๔๙

 
 
 
 

บรรณานุกรม

ราชินี,โรงเรียน. ศตวรรษาราชินีสถาน ที่ระลึกร้อยปีแห่งการพระราชทานกำเนิดโรงเรียนราชินี. กรุงเทพฯ : บริษัท ดาวฤกษ์ คอมมูนิเคชั่นส์ จำกัด, ๒๕๔๗.
ณัฐวุฒิ สุทธิสงคราม. สมเด็จพระนางเรือล่ม. พระนคร : สำนักพิมพ์ศิลปาบรรณาคาร, ๒๕๓๘.
ฉวีงาม มาเจริญ. สตรีสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย. กรุงเทพฯ : บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน),๒๕๔๗ (คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ จัดพิมพ์เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๔๗).

 

โรงเรียนราชินี ๔๔๔ ถนนมหาราช แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๒๑-๑๕๐๑ อัตโนมัติ ๘ เลขหมายโทรสาร ๐-๒๒๒๒-๖๘๘๓