สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงเป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระปิยมาวดีศรีพัชรินทรมาตา (เจ้าจอมมารดาเปี่ยม) ทรงพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าหญิงสว่างวัฒนา ประสูติเมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๔๐๕   ณ พระบรมมหาราชวัง ทรงมีพระเชษฐา พระเชษฐภคินีและพระอนุชาร่วมพระชนนีทั้งสิ้น ๖ พระองค์ ตามลำดับพระนาม คือ

๑. พระองค์เจ้าชายอุณากรรณอนันตนรไชย
๒. พระองค์เจ้าชายเทวัญอุไทยวงศ์ (สมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ)
๓. พระองค์เจ้าหญิงสุนันทากุมารีรัตน์ (สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี)
๔. พระองค์เจ้าหญิงสว่างวัฒนา (สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า)
๕. พระองค์เจ้าหญิงเสาวภาผ่องศรี (สมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ พระพันปีหลวง)
๖. พระองค์เจ้าชายสวัสดิโสภณ (สมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระสวัสดิวัตนวิศิษฎ์)

     ทรงเริ่มการศึกษาตั้งแต่มีพระชันษา ๓ ปี โดยศึกษากับครูสตรีในพระบรมมหาราชวัง เริ่มต้นทรงศึกษาภาษาไทย เมื่อพระชันษา ๗ ปี ทรงอ่านหนังสือต่างๆประกอบ ทรงเริ่มฝึกหัดการเรือนและกิริยามารยาท ทรงศึกษาจนกระทั่งเข้าพระราชพิธีโสกันต์ หลังจากนั้นทรงศึกษาวิชาความรู้ขั้นสูงขึ้นไปตามพระอัธยาศัย

     ในปีพุทธศักราช ๒๔๒๐ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นพระมเหสี และเมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๒๑ ทรงมีพระประสูติกาลพระราชโอรสพระองค์แรกในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ประสูติด้วยพระมารดาเจ้า ต่อมาในปีพุทธศักราช ๒๔๒๓ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระอัครมเหสี ดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี ทรงมีพระราชโอรส ๔ พระองค์ และพระธิดา ๔ พระองค์ คือ

๑. สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนา เป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๒๙
๒. สมเด็จฯ เจ้าฟ้าอิศริยาลงกรณ์
๓. สมเด็จฯ เจ้าฟ้าหญิงวิจิตรจิรประภา
๔. สมเด็จฯ เจ้าฟ้าสมมติวงศ์วโรทัย กรมขุนศรีธรรมราชธำรงฤทธิ์
๕. สมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร
๖. สมเด็จฯ เจ้าฟ้าหญิงศิราภรณ์โสภณ
๗. สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
๘. สมเด็จฯ เจ้าฟ้าหญิง (สิ้นพระชนม์ก่อนเฉลิมพระนาม)


     เมื่อสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี พระองค์ทรงมีพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่ทรงปฏิบัติเพื่อทรงช่วยผ่อนพระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเป็นอยู่ในพระราชสวามี และของพระราชโอรสพระราชธิดา กิจการบ้านเมืองหรือการเชื่อมสัมพันธไมตรี โดยพระองค์เสด็จออกรับแขกเมืองอยู่เนืองๆ ทรงเป็นผู้มีน้ำพระทัยโอบอ้อมอารีแก่ชนทุกชั้น มีพระกิริยามารยาทอันละมุนละไมสมกับที่ทรงเป็นสุขุมาลชาติ มีผู้นำบุตรหลานมาถวายให้ทรงพระเมตตาใช้สอยเป็นอันมาก ทรงรับไว้อุปการะเลี้ยงดูและอบรมสั่งสอนให้มีความรู้ในด้านต่างๆ เช่น การเย็บปักถักร้อย การเรือน กิริยามารยาทเพื่อให้สมกับเป็นกุลสตรี รวมทั้งวิชาความรู้ โดยโปรดเกล้าฯ ให้ไปศึกษาตามโรงเรียนต่างๆ เพื่อให้มีวิชาติดตัวไป ซึ่งส่วนใหญ่จะศึกษาที่โรงเรียนราชินี

     ขณะที่พระองค์ท่านประทับ ณ ศรีราชา ข้าราชบริพารและเจ้าหน้าที่ประจำในพระองค์ ทั้งฝ่ายทหารและพลเรือนมีการป่วยไข้กันเป็นธรรมดา แต่ที่ประทับอยู่ห่างไกลแพทย์และพยาบาล จึงทรงมีพระดำริว่าถ้ามีโรงพยาบาลขึ้นในที่นั้นจะอำนวยประโยชน์มาก โรงพยาบาลนี้ได้เริ่มปลูกสร้างเมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๔๓ และแล้วเสร็จในปีพุทธศักราช ๒๔๔๕ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเยี่ยมโรงพยาบาลและพระราชทานนามว่า โรงพยาบาลสมเด็จ ภายหลังชื่อว่า โรงพยาบาลสมเด็จ ณ ศรีราชา

     ปีพุทธศักราช ๒๔๔๒ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังดุสิต ต่อมาทรงสร้างพระที่นั่งวิมานเมฆขึ้นในบริเวณเดียวกัน ทรงแบ่งที่ดินพระราชทานพระมเหสี พระสนมและพระราชธิดาเป็นสัดส่วน สำหรับพระองค์ท่านมีที่ประทับเรียกว่า สวนหงส์ เมื่อเสด็จกลับจากศรีราชาแล้ว ทรงย้ายไปประทับที่สวนหงส์เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๔๕

     ณ ที่ประทับสวนหงส์นี้ สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงตั้งกองทอขึ้นเพราะสนพระทัยการทอผ้า และถือเป็นรายได้พิเศษส่วนพระองค์ ทรงหาผู้เชี่ยวชาญที่สำเร็จการทอจากญี่ปุ่นมาเป็นที่ปรึกษา ทำให้เกิดการทอแบบกี่กระตุกขึ้น ทรงสั่งซื้อเครื่องทอยกดอกจากญี่ปุ่นมาทรงใช้งาน ภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงทรงเลิกกองทอนี้

     ภายหลังสมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ เสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระองค์ท่านทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทยแทน ตลอดเวลา ๓๕ ปีที่ทรงดำรงตำแหน่งทรงเอาพระทัยใส่ในกิจการอย่างใกล้ชิด เสด็จเป็นองค์ประธานในการประชุม เป็นองค์ประธานในงานกาชาด เสด็จไปทอดพระเนตรกิจการของสภากาชาด พระราชทานทรัพย์บำรุงกิจการของสภากาชาดและตามโรงพยาบาลต่างๆ ด้วย เมื่อคราวที่ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลฉลองพระชนมายุ ๖๐ ชันษา ทรงบริจาคพระราชทรัพย์เพื่อตั้งกองเงินทุนหกเจ้าฟ้า      โดยใช้ดอกผลสำหรับพระราชทานเป็นทุนการศึกษาของแพทย์และพยาบาลเพื่อเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ

     นอกจากนี้ยังทรงสร้างสถานรักษาพยาบาลผู้ฝ่ายโรคเรื้อนด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์ ประชาชนร่วมสมทบด้วยส่วนโรงพยาบาลศิริราชนั้น พระองค์ท่านพระราชทานพระราชานุเคราะห์มาตลอด เช่น พระราชทรัพย์เพื่อสร้างสถานที่พักผู้ป่วย จัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ และสร้างท่อประปาข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา

     ภายหลังจากที่สมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธรสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าทรงห่วงใยในกิจการโรงเรียนราชินีและโรงเรียนราชินีบนว่าน่าจะมีคณะบุคคลในลักษณะของมูลนิธิเป็นผู้แลโรงเรียน หม่อมเจ้าพิจิตรจิราภา เทวกุล จึงได้สนองพระราชดำริโดยพระยาศรีวิสารวาจา (เทียนเลี้ยง ฮุนตระกูล) ได้ร่างตราสาร “ราชินีมูลนิธิ” ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ถวายให้พระองค์ทรงลงพระนามาภิไธย เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๘๔ และทรงลงพระนามาภิไธยแต่งตั้งคณะกรรมการชุดแรกด้วยพระองค์เอง มีรายพระนามและนามต่อไปนี้

หม่อมเจ้าพิจิตรจิราภา เทวกุล ประธานกรรมการ
หม่อมเจ้าวงศ์ทิพย์สุดา เทวกุล รองประธานกรรมการและเหรัญญิก
หม่อมเจ้าอัจฉราฉวี เทวกุล กรรมการและผู้ช่วยเหรัญญิก
พระยาไชยยศสมบัติ (เสริม กฤษณามระ) กรรมการ
พระยาศรีวิสารวาจา (เทียนเลี้ยง ฮุนตระกูล) กรรมการ
พระปวโรฬารวิทยา (ป๋อ เชิดชื่น) กรรมการ
หลวงโกวิทอภัยวงศ์ (พันตรีควง อภัยวงศ์) กรรมการ
หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล กรรมการ
หม่อมราชวงศ์เสริมศรี เกษมศรี กรรมการและเลขานุการ

     สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงมีพระราชหฤทัยเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นประจำเสมอ ทรงบริจาคพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ บำรุงพระอารามต่างๆ มากมาย ทรงสร้างพระที่นั่งทรงธรรมที่วัดเบญจมบพิตร เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ และทรงใช้เป็นที่ประทับแรมในเวลาทรงรักษาศีลอุโบสถและทรงธรรม ต่อมาภายหลังใช้เป็นที่ประชุมสังฆมนตรี ส่วนพระภิกษุนั้นพระองค์ท่านถวายนิตยภัต ภัตตาหาร ตลอดจนค่าไฟฟ้าบำรุงพระอารามต่างๆ ค่ารักษาพยาบาลภิกษุสามเณรที่อาพาธ นอกจากนี้ ยังได้เสด็จไปสดับพระธรรมเทศนา ณ วัดพระศรีรัตนศาสดารามในวันธรรมสวนะร่วมกับอุบาสกอุบาสิกาบ่อยครั้ง

     สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๙๘ พระชนมายุได้ ๙๓ ปี ๓ เดือน ๗ วัน

 
 
 
 

บรรณานุกรม
ราชินี,โรงเรียน. ศตวรรษาราชินีสถาน ที่ระลึกร้อยปีแห่งการพระราชทานกำเนิดโรงเรียนราชินี. กรุงเทพฯ : บริษัท ดาวฤกษ์ คอมมูนิเคชั่นส์ จำกัด, ๒๕๔๗.

 

โรงเรียนราชินี ๔๔๔ ถนนมหาราช แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๒๑-๑๕๐๑ อัตโนมัติ ๘ เลขหมายโทรสาร ๐-๒๒๒๒-๖๘๘๓