วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ เป็นวันคล้ายวันสิ้นชีพิตักษัยของ หม่อมเจ้าพิจิตรจิราภา เทวกุล อดีตท่านอาจารย์ใหญ่โรงเรียนราชินี

     หม่อมเจ้าพิจิตรจิราภา เทวกุล  ทรงเป็นพระธิดาองค์ที่ ๓ ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ และหม่อมใหญ่ เทวกุล ประสูติที่วังสะพานถ่าน เมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๒๔ ในปีเดียวกันนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี ได้ประสูติพระราชธิดาทรงพระนามว่า "วิจิตรจิรประภา" แต่สิ้นพระชนม์ลง สมเด็จฯ ทรงพระวิปโยคทุกข์อย่างใหญ่หลวง จึงทรงรับหม่อมเจ้าพิจิตรจิราภาเป็นพระธิดาแทน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงพระราชทานนามว่า "พิจิตรจิราภา" ซึ่งแผลงมาจากพระนามสมเด็จเจ้าฟ้าพระราชธิดาที่สิ้นพระชนม์ไป หม่อมเจ้าพิจิตรจิราภาจึงได้เสด็จเข้าไปประทับในพระราชสำนักของสมเด็จฯตั้ง แต่ยังทรงพระเยาว์ ครั้นเมื่อหม่อมเจ้าพิจิตรจิราภาทรงมีพระชันษาได้ ๑๐ ปี สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี (สมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ ) ได้ทรงขอพระองค์ไปจากสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี ต่อมาจึงกลับไปประทับที่วังสะพานถ่าน

     หม่อมเจ้าพิจิตรจิราภา ทรงได้รับการศึกษาอย่างดีจากโรงเรียนสุนันทาลัย ทรงมีความอุตสาหะในการเรียน และทรงใฝ่หาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ จึงทรงมีความรู้แตกฉานทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เมื่อทรงมีพระชันษาได้ ๑๘ ปี ได้ถวายพระอักษรแก่บรรดาราชกุมารีภายในพระบรมมหาราชวังชั้นใน ต่อมาได้ทรงรับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ ให้ดำรงตำแหน่งครูใหญ่โรงเรียนราชินี เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๕๐ ต่อมาจึงทรงรับหน้าที่ผู้จัดการโรงเรียนด้วยอีกตำแหน่งหนึ่ง

     หม่อมเจ้าพิจิตรจิราภา ทรงเป็นกุลสตรีที่มีความริเริ่มสร้างสรรค์ และเพียบพร้อมด้วยคุณลักษณะของครูที่ดีอย่างแท้จริง ได้ทรงริเริ่มวิธีการสอนและการจัดกิจกรรมแบบใหม่ๆ สำหรับนักเรียนไว้มากมาย อาทิเช่น

๑.
ทรงใช้บทเพลงและละครเป็นสื่อในการอบรมและสอนศีลธรรม จริยธรรม และหน้าที่พลเมือง โดยได้นิพนธ์บทละคร กาพย์กลอน เนื้อเพลง แฝงคติธรรมและแนวการประพฤติปฏิบัติตนให้นักเรียนขับร้อง แสดงท่าประกอบการเล่นละคร ทำให้ได้ประโยชน์ทั้งความรู้และความเพลิดเพลิน
๒.
ทรงหัดให้นักเรียนมีความชำนาญในการเขียนทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง และทรงฝึกฝนให้เป็นนักอ่านเช่นพระองค์ จึงทรงสนับสนุนให้นักเรียนเขียนเรื่องลงหนังสือพิมพ์ในโรงเรียนชื่อ "สตรีพจน์" ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น "ราชินีบำรุง" นับเป็นหนังสือพิมพ์ในโรงเรียนเล่มแรกในประเทศไทย
๓.
ทรงสนับสนุนให้ตั้งสมาคมสุนทรพจน์ เพื่อฝึกการพูด แสดงออกซึ่งความคิดเห็น มีความกล้าในทางที่ถูก จัดให้นักเรียนแสดงละครในงานโรงเรียนและงานกาชาด ทั้งละครร้อง ละครรำ ละครพูด โดยทรงฝึกนักเรียน ทรงแต่งบทละคร ทรงสร้างฉาก สร้างเครื่องแต่งตัว และทรงฝึกซ้อมเอง นับเป็นของใหม่และแปลกเป็นที่เลื่องลือและชื่นชมมาก
๔.
ทรงเห็นความสำคัญของการพัฒนาเด็กตั้งแต่ยังเล็ก จึงทรงริเริ่มตั้งแผนกอนุบาลขึ้นโดยไม่เก็บเงินบำรุง นับเป็นชั้นอนุบาลแห่งแรกๆ ของเมืองไทย ทรงจัดตั้งขึ้นโดยใช้หลักของมอนเตสซอรี่ และโฟลแบร์ นักการศึกษาเยอรมัน มาดัดแปลงอนุโลม โดยมุ่งสอนให้เด็กช่วยตัวเองเป็นส่วนใหญ่ เช่น ล้างหน้า แปรงฟัน ขัดดุมเสื้อ ทรงสอนให้ฟ้อนรำแบบไทย และทรงแต่งบทเพลงสอนเด็กไว้เป็นจำนวนมาก ยังแพร่หลายอยู่จนปัจจุบัน
๕.
ทรงริเริ่มเปิดหน่วยอนุสมาชิกสภากาชาดไทยที่โรงเรียนราชินี ให้เป็นตัวอย่างแก่โรงเรียนอื่นๆ และทรงวางหลักสูตรการฝึกอบรมตามหลักการกาชาดซึ่งเป็นหลักการของกิจกรรมยุวกาชาดปัจจุบัน ทรงอบรมให้นักเรียนรู้จักบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น รู้จักรักษาอนามัยของตนเองและส่วนรวมและเป็นมิตรต่อคนทั่วไป
๖.
ทรงก่อตั้ง สมาคมนักเรียนเก่าราชินี ซึ่งจัดเป็นสมาคมนักเรียนเก่าสตรีแห่งแรกในประเทศไทย และทรงเป็นนายกกิตติมศักดิ์
๗.
ทรงดำเนินการจัดตั้ง "ราชินีมูลนิธิ" ทรงเป็นประธานกรรมการมูลนิธิคนแรก ประกอบด้วยกรรมการ ๙ คน ทรงจัดให้มีทุนสำหรับบำรุงการศึกษาในโรงเรียน ไม่คิดค่าเล่าเรียนสำหรับเด็กอนาถาและกำพร้าที่เรียนในโรงเรียน และเป็นองค์การควบคุมดูแลโรงเรียนให้เป็นระเบียบและปึกแผ่น

        หม่อมเจ้าพิจิตรจิราภา สนพระทัยงานของโรงเรียนราชินีประหนึ่งว่าเป็นงานของพระองค์เอง อันอาจกล่าวได้ว่า โรงเรียนกับพระองค์ท่านเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันยากที่จะแยกกันได้ ครูนักเรียนต่างพากันถวายพระนามว่า "ท่านอาจารย์" ซึ่งคำว่า"อาจารย์" ในสมัยนั้นยังไม่แพร่หลายดังทุกวันนี้ ทรงเป็นนักการศึกษาไทยที่สำคัญในสมัยแรกๆ ของการจัดการศึกษาในระบบโรงเรียนของไทย อีกทั้งยังเป็นผู้บริหารที่มีความสามารถ ทรงเป็นอาจารย์ใหญ่และผู้จัดการโรงเรียนราชินีมาตั้งแต่พระชันษาเพียง ๒๖ ปี ตลอดระยะเวลาเกือบ ๓๗ ปี ทรงเป็นอาจารย์ใหญ่ และผู้จัดการโรงเรียนราชินีบน โรงเรียนการช่าง และยังทรงสอนหนังสือ วิชาต่างๆ เองอีกด้วย ท่านอาจารย์ทรงงานด้วยความรัก ความเมตตา และความเสียสละ เพื่อเด็กและผู้อยู่ในปกครองโดยทั่วหน้ากันดุจแม่บังเกิดเกล้า ทรงพระอุตสาหะและทรงมีขันติธรรมอย่างแรงกล้ายากที่จะหาผู้ใดเสมอได้ ไม่ทรงยอมแพ้แก่อุปสรรคใดๆ ทั้งสิ้น ทรงเป็นนักประชาธิปไตย ทรงรับฟังความคิดเห็นของครูและศิษย์ น้ำพระทัยสุขุมเยือกเย็น พระวาจาไพเราะ พระสุรเสียงนุ่มนวล ทรงมีศิลปวาทะ สามารถรับสั่งจูงใจให้ผู้ฟังเห็นคล้อยตามได้อย่างประหลาด ทรงโปรดความเป็นอยู่ง่ายๆ เสวยอาหารง่ายๆ ไม่ถือพระองค์ ไม่รับสั่งให้ใครเจ็บช้ำน้ำใจ

     หม่อมเจ้าพิจิตรจิราภา สิ้นชีพิตักษัยอย่างกระทันหันด้วยโรคพระทัยวาย ณ บ้านพักตากอากาศบางแสน เมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๘๖ สิริรวมพระชันษา ๖๒ ปี

 
 
 
เพลง "พิกุลแก้ว"
 
พระนิพนธ์ของ หม่อมเจ้าพิจิตรจิราภา  เทวกุล ประทานแก่นักเรียนราชินี
ทำนอง ครูสุชาดา เลิศประไพ
 
     ตัวเธอสิดอกหนึ่ง ณ อุทยานราชินี
ส่งกลิ่นและทรงศรี วิลาศล้ำสำอางสม
     แม้ว่าถึงคราวชรา จะงามซาอย่าปรารมภ์
พึงรักษ์อุดมฉม สนิทกายตราบวายปราณ
     เฉกเช่นพิกุลแก้ว ผิแห้งแล้วยังหอมนาน
ไป่ทิ้งสุคนธ์ธาร บังเกิดการระเหยหาย
     เชิดชื่อผกาพันธุ์ นิรันดร์อยู่มิรู้วาย
เชิดเกียรติกำจรจาย ระบายบ่งถึงสวนขวัญ
 
 

 
 
 
 

บรรณานุกรม

ราชินี,โรงเรียน. อนุสรณ์ ครบรอบพระชันษา ๑๐๐ ปี บทละคร บทเพลง และกาพย์ กลอน คติธรรม พระนิพนธ์ของ หม่อมเจ้าหญิงพิจิตรจิราภา เทวกุล. กรุงเทพฯ : โรงเรียนราชินี.
ราชินี, โรงเรียน. ที่ระลึกงานฉลอง ๑๐๐ ปี วันประสูติหม่อมเจ้าหญิงพิจิตรจิราภา เทวกุล อดีตท่านอาจารย์ใหญ่โรงเรียนราชินี . กรุงเทฯ : โรงเรียนราชินี

 
 

โรงเรียนราชินี ๔๔๔ ถนนมหาราช แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๒๑-๑๕๐๑ อัตโนมัติ ๘ เลขหมายโทรสาร ๐-๒๒๒๒-๖๘๘๓